วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11 วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 11

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2558



Knowledge


กิจกรรมที่ 1   
     ดอกไม้ พับกระดาษแล้วตัดให้เป็น 4 กลีบ หลังจากนั้นนำลงน้ำพร้อมกันกับเพื่อนในกลุ่มแล้วสังกตว่าของใครจะจมน้ำก่อน เพราะอะไร และมีลักษณะดอกเป็นอย่างไร โดยมีหนึ่งคนคอยจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการทดลองหลังจากนำดอกไม้ลอยน้ำแล้ว ปรากฏว่าเพื่อนที่ทำดอกไม้กลีบใหญ่เมื่อวางลงบนน้ำจะบานก่อนดอกไม้ของเพื่อนคนอื่นและเมื่อลอยนานๆสีที่ดอกไม้ก็จะค่อยๆละลายไปกับน้ำ


กิจกรรมที่ 2 
ทดลองโดยใช้ขวดน้ำอัดลม เจาะรู 3 รู  เติมน้ำให้เต็มขวด แล้วให้สังกตว่า รูไหนน้ำจะพุ่งออกมาได้ไกลสุด
           สรุปว่าหลังจากเติมน้ำเสร็จแล้ว รูที่อยู่ตรงกลางน้ำจะพุ่งออกมาได้ไกลที่สุด เพราะว่ามีแรงดันมากกว่ารูอื่น



กิจกรรมที่ 3
        ลูกยางกระดาษ  ใช้กระดาษคริปหนีบกระดาษตัดกระดาษเป็นสองแฉกพับฐานข้างล่างใช้คริปหนีบกระดาษหนีบตรงฐานแล้วทดลองโยนถ้าเราทำปีกตรงลูกยางกระดาษจะหมุนได้ดีแต่ถ้าทำปีกโค้งปีกของลูกยางจะไม่หมุน



กิจกรรมที่ 4
            ไหมพรมเต้นระบำ  ทดลองโดยใช้หลอดไหมพรม ตัดหลอดครึ่งหนึ่งแลวร้อยไหมพรม หลังจากนั้นเป่าไหมพรมสุดแรงก็จะเคลื่อนที่ และยิ่งเป่าแรงเท่าไรไหมพรมก็จะเต้นแรงเท่านั้น





กิจกรรมที่ 5 
          เทียนไข  ใช้แก้ว เทียนไข ถ้วย ไม้ขีด ทดลองโดยจุดเทียน  เทียนไขเมื่อเราใช้แก้วครอบเทียนไข ลักษณะของเปลวไฟจะค่อยหรี่ลงๆจนในที่สุดเทียนไขจะดับก็เพราะในอากาศมีออกซิเจนอยู่ซึ่งออกซิเจนมีคุณสมบัติที่ช่วยในการติดไฟ เมื่อเราครอบแก้วลงไปเทียนไขจะสามารถ ส่องสว่างต่อไปได้อีกสักครู่หนึ่งจนเมื่อออกซิเจนถูกเผาไหม้หมดเทียนไข ก็จะดับลงทันที
       ครั้งที่สองจุดเทียนแล้วเทน้ำรอบๆเทียน หลังจากนั้นนำแก้วไปครอบ แล้วสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ปรากฏว่าเทียนก็จะค่อยๆดับแล้วน้ำก็จะเข้าไปในแก้ว เพราะเมื่อออกซิเจนที่มีภายในแก้วถูกใช้ในการเผาไหม้จนหมด(เทียนดับ)จึงทำให้ความดันอากาศภายในแก้วมีน้อยกว่าภายนอกแก้วความดันอากาศภายนอกจึงดันให้น้ำนอกแก้วไหลเข้าไปในแก้วที่มีความดันอากาศน้อยกว่า


Skills
1. ทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ และของเล่นวิทยาศาสตร์
2. คิด-วิเคราะห์ สังเคราะห์ในการเขียนสาระการเรียนรู้ และการทำ Cooking
3. ระดมความคิดการเขียนแผนการสอนการทดลอง และ การทำ Cooking
4. ทักษะการสังเกต
5 ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนความคิดภายในกลุ่ม

Apply
1. สามารถนำการทดลอง หรือ ของเล่นวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้และนำมาสอนเด็กในชีวิตประจำวันได้
Teaching Techniques
1. ใช้คำถาม
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การวิเคาระห์ - สังเคราะห์
4. การยกตัวอย่างกิจกรรม
5. วิเคราะห์แผนการสอน

Evaluation
Teacher  : เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ อธิบายเนื้อหาในการสอนได้ละเอียดเข้าใจได้ง่าย
Friends   :  แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย
Self          :  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบนร้อย มีการจดบันทึกในการเรียน ต้้งใจเรียน

***หมายเหตุ คัดลอกจาก นางสาว เวรุวรรณ ชูกลิ่น***

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10 วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2558


บันทึกอนุทินครั้งที่  10

                                                                     วันอังคารที่ 27  ตุลาคม  2558


นำเสนอ บทความ

นางสาวสุทธิการต์ กางพาพันธ์ 
เรื่อง โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร ?
  - กิจกรรมนี้ทำให้เด็กปฐมวัยตระหนักว่าพวกเขาสามารถหาความรู้ได้จากสิ่งแวดล้อม ตัวของพวกเขามีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมและร่วมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ได้สำหรับกิจกรรมที่จัดทำจังหวัดสงขลานี้ มี 6 กิจกรรม ประกอบด้วย

  -กิจกรรม “หวานเย็นชื่นใจ” เด็กๆ ค้นพบว่าโดยปกติน้ำและน้ำหวานเป็นของเหลว เมื่อนำไปแช่ในน้ำแข็งที่ใส่เกลือซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำและน้ำหวานมีอุณหภูมิลดต่ำลงจนเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
     -กิจกรรม “ความลับของดิน” เด็กๆ ช่วยกันทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าดินมีองค์ประกอบเป็นหินที่ผุพังสลายตัว ซากพืชซากสัตว์ อากาศ และน้ำ ดังนั้น ส่วนที่เป็นของแข็งที่อยู่ในดินจึงมีขนาดแตกต่างกัน เมื่อเทน้ำลงไป อากาศก็จะออกมาจากดินเป็นฟองให้เห็น และจะพบว่าอนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะ และอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าก็จะค่อยๆ ตกลงมาเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก เมื่อการตกตะกอนสิ้นสุดลง จะมองเห็นดินเป็นชั้นๆ ส่วนซากพืชซากสัตว์ก็จะลอยอยู่บนผิวหน้าของน้ำ ทำให้เห็นองค์ประกอบของดินด้วย
  - กิจกรรม “ถึงร้อนก็อร่อยได้” ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและแสงสว่างของโลก พื้นผิวโลกที่มีลักษณะแตกต่างกันจะดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้ได้ต่างกัน ซึ่งจะพบจากการสัมผัสแผ่นกระเบื้องสีดำและสีขาว ที่วางไว้กลางแจ้ง เมื่อเด็ก ๆ ขึ้นไปเหยียบบนแผ่นกระเบื้องสีดำ จะรู้สึกร้อนกว่าเพราะสีดำดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้มากกว่า จึงถ่ายโอนความร้อนมายังเท้าของเรามากกว่า

นางสาวศุทธินี โนนริบูรณ์ 
เรื่อง “เด็กอนุบาลเรียนรู้วิทย์แบบบูรณาการจากการล่องแก่ง”
         จุดเด่นของกิจกรรมนี้ คือ มีผู้ปกครองจากหลายสาขาอาชีพ และเจ้าหน้าที่รีสอร์ทมาร่วมเป็น
“พ่อครู แม่ครู” ร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ นอกจากความสนุกสนานที่ได้แล้ว เด็กยังได้พัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การตั้งคำถาม การคาดคะเน การสังเกต และลงความคิด
เห็น ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้อย่างง่าย ๆ โดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม และที่สำคัญ
คือได้ตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เกิดจิตสำนึกอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเอาไว้ให้ยั่งยืน






Assessment

 
classroom

ห้องเรียนสะอาด  อุปกรณ์การเรียนพร้อมใช้งาน

self

มาเรียนตรงเวลา  ตั้งใจเรียน

friend

แต่งกายเรียบร้อย  ตั้งใจเรียน

teacher


เข้าสอนตรงเวลา  อธิบายเข้าใจง่าย









สรุปโทรทัศน์ครู วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2558



สรุปโทรทัศน์ครู



เรื่อง สอนวิทย์กับเด็กประถมวัย
กรรณิการ์ เฉิน


           นำเสนอสื่อการทดลองวิทยาศาสตร์ของ คุณครูกรรณิการ์ เฉิน เพื่อเป็นเทคนิคในการพัฒนาการของเด็กปฐมวัยโดยใช้วัสดุรอบตัว โดยใช้น้ำตาลก้อนหยดสีลงไปแล้วดูการเปลี่ยนแปลง, การใช้กระดาษทิชชูอธิบายความลับของสีดำซึ่งมีสีอื่นๆ ซ่อนอยู่มากมาย หรือการอธิบายเรื่องแรงตึงของผิวน้ำโดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ที่อยู่รอบตัวในการอธิบายให้เห็นภาพ และเข้าใจได้ง่ายๆ


เป็นการสอนเพื่อปลูกฝังให้ฝึกเด็กรักการเรียนวิทยาศาสตร์โดยเน้นการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เด็กได้ฝึกสมาธิและความคุมประสาทสัมผัสผ่านกิจกรรมต่างๆ

สรุปวิจัย วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558

ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ กับแบบสืบเสาะหาความรู้
Basic Science Process Skills of Early Childhood Received from Using Project Approach and Inquiry Methods


การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบ 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ของเด็ก
ปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ 2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น
พื้นฐาน ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ และ 3) ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการกับแบบ
สืบเสาะหาความรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2556 จํานวน 50 คน จาก 15 โรงเรียนของกลุ่มโรงเรียนเก้าสุพรรณิการ์สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสุพรรณบุรีเขต 1 ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบ 2 ขั้นตอน (two stage sampling)
คือ ขั้นที่ 1 สุ่มอย่างง่ายโดยการจับสลากใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่มจาก 15 โรงเรียน ให้เหลือ 2 โรงเรียน ได้แก่
โรงเรียนวัดวังน้ําเย็น จํานวนเด็กปฐมวัย 28 คน และโรงเรียนวัดคูบัว จํานวนเด็กปฐมวัย 22 คน ขั้นที่ 2
สุ่มอย่างง่ายโดยการจับสลาก เพื่อเลือกวิธีการจัดประสบการณ์ ได้แก่ โรงเรียนวัดวังน้ําเย็น เป็นกลุ่มที่1
ใช้วิธีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ และโรงเรียนวัดคูบัว เป็นกลุ่มที่ 2 ใช้วิธีการจัดประสบการณ์การ
เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ
2) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้และ 3) แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.813 วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการ
ทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า
 1. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ของเด็กปฐมวัย หลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ
โครงการ สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
 2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ของเด็กปฐมวัย หลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
 3. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
แบบโครงการกับแบบสืบเสาะหาความรู้ไม่แตกต่างกัน

สรุปผลการวิจัย
จากการทดลองจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดย ใช้วิธีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ และ แบบสืบเสาะหาความรู้กับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า 1. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐาน ของเด็กปฐมวัย หลังการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้แบบโครงการ สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐาน ของเด็กปฐมวัย หลังการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้สูงกว่าก่อนการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 3. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐาน ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้แบบโครงการกับแบบสืบเสาะหาความรู้ ไม่ แตกต่างกัน

บันทึกอนุทินครั้้งที่ 9 วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558


บันทึกอนุทินครั้งที่9

วันอังคารที่  13  ตุลาคม  2558


ทำกิจกรรมกลุ่มเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยเเบ่งตามหน่วยทั้ง 4 หน่วย

หน่วยที่ 1  : ตัวเด็ก

หน่วยที่ 2  : เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

หน่วยที่ 3 : บุคคลเเละสานที่

หน่วยที่ 4  : ธรรมชาติรอบตัว


นำเสนอ โทรทัศน์ครู


นางสาววัชรี วงศ์สะอาด
เรื่อง วัยอนุบาลเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว 
จากข่าว  Family News Today

          ครูจะพาเด็ก ๆ สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวทุกเช้าหลังเข้าแถวเสร็จ  ครูจะพาเด็ก ๆ เดินสำรวจรอบ
โรงเรียน  เด็กจะได้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์เริ่มจากการสังเกต วิธีการสอนจากการสำรวจจะเชื่อมโยงไปถึงหน่วยการเรียนรู้ในห้องเรียนด้วย เช่น คุณครูสอนเด็กเรื่อง หญ้าแฝกทำไมถึงกันดินทลายได้  ครูก็จะเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็ก  และเด็กก็จะได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง  เด็กได้ลองเทน้ำลงไปในดินเปล่า  และดินที่มีหญ้า  เด็กก็จะเห็นถึงความแตกต่างกัน


นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว เรื่อง นารีวุฒิ  บ้านวิทยาศาสตร์น้อย

            บ้านวิทยาศาสตร์น้อย จัดการเรียนการสอนทดลองวิทยาาสตร์ให้กับนักเรียนอนุบาลในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เพื่อส่งเสริมให้น้องอนุบาลได้รู้จักคิด ชังสังเกตเเละคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลโดยมีชั่วโมงการเรียนที่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์สอดเเทรกอยู่ในทุกๆวัน ในการทดลองนั้นจะมีอุปกรณ์ในการทดลองที่หาได้ง่ายไม่ซับซ้อนที่เด็กสามารถทดลองทำลงมือปฎิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยตนเองได้ โดยในทุกกิจกรรมจะมีคุณครูเป็นผู้ค่อยเสริมประสบการณ์ค่อยถามเด็กอยูู่เป็นระยะเพื่อให้เด็กได้คิดวิเคาระห์เเละสังเกต เปรียบเทียบที่จะตอบคำถามครูให้ได้กิจกรรมในการทดลองมีหลายกิจกรรม เช่น ตัวทำละลาย, ลอยนํ้าได้อย่างไร

หลอดดำนํ้า, จมหรือลอย, การกรองนํ้า, ฟองมหัศจรรย์, ไหลเเรงไหลค่อย เป็นต้น



Assessment


classroom

ห้องเรียนสะอาด  อุปกรณ์การเรียนพร้อมใช้งาน

self

มาเรียนตรงเวลา  ตั้งใจเรียน

friend

แต่งกายเรียบร้อย  ตั้งใจเรียน

teacher

เข้าสอนตรงเวลา  อธิบายเข้าใจง่าย


บันทึกอนุทินครั้งที่ 8 วันอังคารที่29 กันยายน 2558


บันทึกอนุทินครั้งที่  8 



***ไม่มีการเรียนการสอน  เนื่องจากเป็นช่วงสอบกลางภาค ของมหลาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม***



บันทึกอนุทินครั้งที่ 7 วันอังคารที่ 22 กันยายน 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7
 วันอังคารที่ 22  กันยายน  2558



นำเสนอของเล่นวิยาศาสตร์จากเศษวัสดุเหลือใช้



ประดิษฐ์ “เครื่องบินลมมหาสนุก”
อุปกรณ์
1.หลอดดูดน้ำ                                                            
2.กระดาษแข็งตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม
3.กระดาษเปล่า
4.สี
5.เทปใส
6.กรรไกร
7.อุปกรณ์ในการตกแต่ง
วิธีทำ





1.นำกระดาษเปล่ามาห่อหลอดดูดน้ำ ถ้ากระดาษแผ่นใหญ่เกินไปให้ตัดส่วนที่เกินออก

2.ใช้เทปกาวติดกระดาษที่พันหลอดให้แน่นจากนั้นพับปลายด้านหนึ่งเข้ามาแล้วติดด้วยเทปกาวส่วนปลายอีกด้านหนึ่งให้ตัดกระดาษออกเหลือแต่หลอด
3.ตัดกระดาษแข็งสี่เหลี่ยมให้เป็นปีกเครื่องบิน
4.ตกแต่งปีกเครื่องบิน ให้สวยงาม
5. นำปีกเครื่องบินมาติดเทปใส ก็จะได้เครื่องบินอันสวยงาม

วิธีการเล่น  ก็จะเป่าลมผ่านหลอดดูดน้ำ  เพื่อให้เครื่องบินลอย แต่จะมีระยะไกลหรือใกล้ขึ้นอยู่กับแรงลมที่เป่า




Assessment

  
classroom

ห้องเรียนสะอาด  อุปกรณ์การเรียนพร้อมใช้งาน

self

มาเรียนตรงเวลา  ตั้งใจเรียน


friend

แต่งกายเรียบร้อย  ตั้งใจเรียน


teacher

เข้าสอนตรงเวลา  อธิบายเข้าใจง่าย